ฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์ปากคืออะไร

           การฉีดฟิลเลอร์ปากถือว่าเป็นเทรนด์มาแรงที่สุดในตอนนี้เหล่าดาราและสาวๆเน็ตไอดอล ต้องมีริมฝีปากที่อวบอิ่ม ดูเป็นทรงกระจับชัด มุมปากยกขึ้นเหมือนเป็นคนอมยิ้มตลอดเวลา ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ถ้าหากมีริมฝีปากที่อวบอิ่ม ไม่มีรอยแตกแห้ง ปากของเราก็จะดูสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ปากถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์ปากไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน ฉีดเสร็จสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือการใช้สารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มให้ริมฝีปากกลับมาดูอวบอิ่ม เต่งตึง ชุ่มชื้นขึ้น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่เป็น HA นั้น จะสามารถสลายเองได้หมด 100% เมื่อเวลาผ่านไป ไม่เป็นอันตราย ไม่มีสารตกค้าง นอกจากนั้นยังสามารถปรับมิติ และรูปทรงปากให้เป็นรูปกระจับ สำหรับคนที่ต้องการปรับโหงวเฮ้ง หรือการฉีดให้อวบอิ่มสไตล์สายฝรั่ง ก็สามารถทำได้

ฟิลเลอร์ปากเหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปากบาง ฟิลเลอร์สามารถทำให้ปากดูอวบอิ่มเป็นทรงได้
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปากคว่ำ ทำให้หน้าดูบึ้ง และดุ แก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปาก ทำให้รูปปากยิ้ม
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปากเบี้ยว ปากไม่เท่ากัน ทำให้คนไข้ไม่มีความมั่นใจการฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถปรับรูปปากให้เท่ากัน เพิ่มความมั่นใจให้กับคนไข้ได้
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปากแห้ง ปากเป็นร่อง แก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปากแบบเนื้อนิ่ม เพื่อบำรุงริมฝีปาก
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาขอบปากไม่ชัด การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถทำให้ขอบปากคมชัดขึ้น

ฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ปากปลอดภัยเป็นไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน เพราะฟิลเลอร์ที่ใช้จะเป็นสารเติมเต็มที่เรียกว่า ไฮยาลูโรนิก เอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายของเรา สามารถสลายได้เอง ไม่ตกค้าง ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ปากต้องศึกษาตัวยาว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับมาตรฐานอย.และต้องฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าโดยตรงเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงและข้อผิดพลาดต่างๆตามมา

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. ฟิลเลอร์ปากสามารถปรับเปลี่ยนทรงตามที่คนไข้ต้องการได้ตลอดเวลา เพราะฟิลเลอร์แท้สามารถสลายได้หมด 100% ตามระยะเวลาของฟิลเลอร์แต่ละรุ่น หรือถ้าคนไข้ไม่พอใจก็สามารถฉีดยาสลายฟิลเลอร์ได้ ทำให้เปลี่ยนรูปทรงปากได้ตามเทรนด์ตลอดเวลา
  2. ฟิลเลอร์ปากสามารถปรับเปลี่ยนปากที่บางให้หนาและเป็นทรงขึ้นได้
  3. ฟิลเลอร์ปากสามารถช่วยบำรุงริมฝีปาก ให้อวบอิ่ม ชุ่มชื่นเพราะในฟิลเลอร์มีสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ซึ่งเป็นสารอุ้มน้ำ หลังฉีดฟิลเลอร์ไปจะทำให้ปากดูอวบอิ่ม เต่งตึง ชุ่มชื้นขึ้น แก้ไขร่องริมฝีปากได้เป็นอย่างดี
  4. หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นและจะเข้าที่ 100% ภายใน 1 เดือน

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. งดรับประทานอาหารเสริมหรือตัวยาบางชนิด ที่กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เช่น ยาแอสไพริน วิตามินอีและน้ำมันปลา
  2. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ประมาณ 3 – 4 วัน
  3. หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์

หลังการฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ครีมหรือลิปสติกทาริมฝีปากที่มีส่วนผสมของ AHA BHA และ Retinoid เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  2. หลังจากทำการฉีดฟิลเลอร์ปากไปแล้วควรดื่มน้ำประมาณ 3ลิตร/วัน เพราะไฮยารูลอนิก เอซิดเป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำมากๆจะทำให้ฟิลเลอร์ที่ทำการเติมเต็มเข้าไปอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
  3. หลังจากที่แพทย์ทำการฉีดฟิลเลอร์ปากไปแล้วไม่ควรจับ นวด คลึงในบริเวณที่ฉีด เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์ผิดรูปอาจจะผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  4. ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก งดรับประทานอาหารร้อนจัดเพราะอาจจะลดอายุของฟิลเลอร์ได้
  5. งดการอบไอน้ำ อบซาวน่า หรือการทำ RF ในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากทำการฉีดฟิลเลอร์ปาก เพราะการโดนความร้อนเฉพาะจุดเป็นเวลานานๆอาจส่งผลต่อฟิลเลอร์ได้
  6. หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปากงดรับประทานอาหารที่อุณหภูมิร้อนจัดโดยตรง

ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

การฉีดฟิลเลอร์ปากอาจจะมีอาการบวมในช่วง 1 – 2 วันแรก แต่หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อยๆยุบลงเรื่อยๆ และเห็นผลชัดเจนในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ หลังจากที่ฉีดฟิลเลอร์ปากไปแล้วควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้รูปทรงปากที่สวยและอยู่ได้นาน

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดฟิลเลอร์ปากโดยปกติสามารถอยู่ได้นาน 1 – 2 ปีขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ฉีดและพฤติกรรมการดูแลของแต่ละบุคคล หากเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลหนักก็จะคงสภาพได้ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลเบา และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนโดยตรงเพราะจะทำให้ฟิลเลอร์สลายไปได้เร็ว

ฉีดฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนดี

การฉีดฟิลเลอร์ปาก อย่างแรกที่ 44Clinic เลือกใช้คือฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าฟิลเลอร์ที่เราเลือกใช้เป็นฟิลเลอร์แท้และปลอดภัย โดยแพทย์จะทำการประเมินว่าคนไข้เหมาะกับการใช้แบรนด์ไหนมากที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งในปัจจุบันฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและได้รับความนิยมสูงสุดก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปดังนี้

  • Juvederm Volife เป็นเนื้อนิ่ม เนื้อมีความละเอียดมากกว่า Ultraplus เหมาะสำหรับฉีดปากเพราะจะทำให้ปากดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน
  • Juvederm Volite เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะละเอียด เหมาะสำหรับฉีดปากเพราะจะทำให้ปากอวบอิ่มดูเซ็กซี่ ทำให้ปากชุ่มชื้น อุ้มน้ำได้ดี
  • Juvederm Ultra Plus เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับฉีดปากเพราะจะทำให้ปากอวบอิ่มแบบสายฝรั่ง
  • Juvederm Volbella เป็นเนื้อเจลที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่มีความละเอียดมาก มีความเรียบเนียนเหมาะสำหรับเติมบริเวณปาก ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ฟู ได้รูปสวย
  • Restylane Vital Light เป็นเนื้อเจลที่มีโมเลกุลบางเบา มีความคงตัว ยืดหยุ่น เนื้อนิ่มละเอียดเหมาะสำหรับฉีดผิวชั้นตื้นหรือริมฝีปากเพราะช่วยฟื้นฟู บำรุง เพิ่มความชุ่มชื้น
  • Restylane Volyme เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะความนิ่มปานกลางและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์อิ่มฟู เหมาะสำหรับฉีดปากเพราะดูเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน
  • Neuramis Deep ฟิลเลอร์ตัวนี้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์ม เติมเพิ่มวอลลุ่มได้ดี ราคาย่อมเยาว์
  • Yvoire Volume Plus เป็นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุขนาดใหญ่ มีความคงตัวสูง ขึ้นรูปได้ดี เหมาะสำหรับการเติมเต็มในชั้นลึกบริเวณริมฝีปาก

ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

คนไข้สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อปฏิบัติหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้ในบทความนี้

คลิกที่นี่

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถช่วยแก้ปัญหาคนไข้ที่มีทรงปากบาง ปากคว่ำ ปากเบี้ยว ปากแห้ง ขอบปากไม่ชัด หรือคนไข้ที่ต้องการปรับรูปทรงปากตามเทรนด์ ทำให้คนไข้เกิดความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์บริเวณปากจึงเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างตรงจุด โดยให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ตอบโจทย์ให้กับคนไข้อย่างแน่นอน

อ่านบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับฟิลเลอร์

ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
error: Content is protected !!