ฟิลเลอร์ใต้ตา

คนที่ควรฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

       ปัญหารอบดวงตาที่มักจะเกิดขึ้นกับหลายๆคน โดยเฉพาะกับกลุ่มสุภาพสตรีที่มีปัญหา ใต้ตาคล้ำมีร่องใต้ตา ดวงตาลึกโบ๋ดูไม่สดใส ริ้วรอยรอบดวงตาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพราะเมื่ออายุที่มากขึ้น ผิวบริเวณรอบดวงตาจะบางลง สูญเสียไขมันและคอลลาเจนที่จำเป็นในการรักษาความยืดหยุ่นของผิวบริเวณรอบดวงตา ส่วนบางคนที่มีอายุน้อยก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น มาจากพันธุกรรม ภูมิแพ้หรือการเจริญเติมโตของกระดูกช่วงเบ้าตาที่ผิดปกติ ทำให้เกิดถุงใต้ตา ร่องใต้ตา และยังมีปัญหาจากการใช้สายตาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนยานและมีริ้วรอยเกิดขึ้นก่อนวัยอันควร ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขด้วยการเติมเต็มฟิลเลอร์

            ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับรอบดวงตา เช่น ปัญหาร่องใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำดำ ใต้ตาโบ๋  ดูไม่สดใสอย่างที่ควร จึงควรเติมสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตเองได้ตามธรรมชาติ มีหน้าที่ช่วยเก็บความชุ่มชื้นภายในเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำเเละเมื่อเวลาผ่านไปอายุมากขึ้น ร่างกายก็ผลิตสารเหล่านี้น้อยลง ส่งผลให้ผิวพรรณที่เคยเต่งตึง สดใสก็เริ่มหย่อนคล้อยลง ริ้วรอยก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปจะช่วยให้บริเวณนั้นๆ ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง ส่งผลให้ดูสวยขึ้น

ทักแชทหาแอดมิน
โทรด่วน

สาเหตุของปัญหาใต้ตา

สาเหตุที่ทำให้เกิดใต้ตาคล้ำ ใต้ตาดำ ใต้ตาลึก ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ขอบตาดำและริ้วรอยใต้ตา เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

  1. อายุ เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น ถุงใต้ตาบริเวณหนังตาจะเริ่มหย่อนยานตามอายุ ทำให้เกิดเป็นเงาบริเวณขอบตา อีกทั้งการผลิตไขมันและคอลลาเจนบริเวณผิวหนังก็ลดลง ทำให้ผิวหนังบางลงจนเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนังได้ชัดเจนและทำให้ความคล้ำบริเวณขอบตายิ่งชัดเจนขึ้น
  2. ความเครียดและการนอนพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสมหรือความเครียดเรื้อรังอาจส่งผลให้มีปัญหาในการนอนหลับ ทำให้ผิวซีดจางและดวงตาบุ๋มลึกมากขึ้นจนสามารถสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาได้ชัดเจน
  3. อาการแพ้ ภูมิแพ้ เพราะหากเกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นตาจะทำให้ระคายเคืองดวงตาและเผลอไปขยี้ตาได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ขอบตาดำ หรือเกิดการคัดจมูก และอาการคัดจมูกอาจทำให้เส้นเลือดบริเวณดวงตาและจมูกบวมขึ้นจนทำให้ผิวบริเวณใต้ดวงตาดำคล้ำขึ้นได้เช่นกัน
  4. ภาวะขาดน้ำ เมื่อร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอตามปริมาณที่ต้องการ เซลล์ผิวก็จะไม่กระจ่างใส ส่งผลให้รอยดำคล้ำใต้ตาชัดเจนยิ่งขึ้น
  5. การตั้งครรภ์ เมื่ออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในร่างกายจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจส่งผลให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวจนเห็นเป็นรอยคล้ำใต้ตา
  6. การสูบหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการสูบบุหรี่ทำให้ขอบตาดำคล้ำและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวจนเห็นเป็นรอยคล้ำใต้ดวงตา
  7. แสงแดด แสงแดดอาจกระตุ้นให้เกิดการผลิตเม็ดสีที่ผิวหนังเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผิวหน้าบริเวณขอบตาดำคล้ำขึ้นได้

การแก้ไขปัญหาใต้ตา

วิธีการแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ ใต้ตาดำ ใต้ตาลึก ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ขอบตาดำและริ้วรอยใต้ตา สามารถแก้ไขได้โดยวิธีต่างๆดังนี้

  1. ฟิลเลอร์ใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการแก้ปัญหาใต้ตาที่ตรงจุดที่สุด ทั้งริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ขอบตาดำ หลังฉีดเห็นผลทันที เป็นหัตถการที่ไม่มีแผลและมีความเป็นธรรมชาติมาก ช่วยให้หน้าเด็กลง ผิวชุ่มชื้น ดูสดใสขึ้น
  2. Filorga MHA10 การฉีดเมโสเพื่อแก้ไขรอยหมองคล้ำรอบดวงตา ปรับสีผิวใต้ดวงตาที่หมองคล้ำให้ดูสว่างใสมากขึ้น ช่วยฟื้นฟูและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและสุขภาพดี
  3. Cytocare เป็นการเติมสารที่มีประโยชน์ให้กับผิว ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเร่งการผลัดเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ ทำให้ความหมองคล้ำที่สะสมบริเวณใต้ตาดูสว่างใส คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว
  4. PRP การฉีด PRP ใต้ตาเป็นการนำเกล็ดเลือดของตัวเราเข้ามาแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากภายใน ให้ผิวอิ่มฟูขึ้น กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการฉีดฟิลเลอร์ แต่ประสิทธิภาพในการทำงานของPRPจะอยู่ได้สั้นกว่าฟิลเลอร์ เรียกได้ว่าการฉีด PRP นั้น เป็นเหมือนฟิลเลอร์ที่มาจากร่างกายของตัวเองเลยก็ว่าได้

ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ ใต้ตาดำ ส่งผลให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า โดยสาเหตุหลักของปัญหา อาจจะเกิดจากทั้งพันธุกรรมและภูมิแพ้ การฉีดฟิลเลอร์จะทำให้รอยคล้ำใต้ตาลดน้อยลง
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก อาจจะเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรมหรืออาจจะเกิดจากร่างกายขาดวิตามินC วิตามินK ธาตุเหล็ก อายุที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง แต่ฟิลเลอร์จะช่วยเข้าเติมเต็มบริเวณใต้ตาที่ลึกให้ดูฟูและสดใสมากขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตา ใต้ตาหย่อนคล้อย โดยสาเหตุอาจเกิดได้ทั้งจากผู้อายุที่มากขึ้นและกรรมพันธุ์ ไขมันบริเวณใต้ตาที่ตกลงมาเป็นถุงใต้ตาสามารถใช้ฟิลเลอร์ในการดันไขมันบริเวณใต้ตาให้กลับลงไปหรือเพื่อตกแต่งบริเวณใต้ตาให้ดูเรียบเนียนได้
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตาหรือรอยเหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตา อาจจะเกิดขึ้นได้จากผู้ที่มีอายุมากขึ้นหรือคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวลดลง ฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูเรียบเนียน ริ้วรอยร่องใต้ตาดูจางลง ทำให้รอบดวงตาดูสดใส อวบอิ่มมากขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ได้รับควมนิยมมากในปัจจุบัน การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความปลอดภัยสูงไม่เป็นอันตราย เพราะสารที่นำมาฉีดเป็นกรดไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ มีคุณสมบัติเด่นในการกักเก็บน้ำใต้ผิว อุ้มน้ำได้ดี รักษาความชุ่มชื้น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ดังนั้นควรทำกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ คลินิกเสริมความงามที่ได้รับมาตรฐาน และควรตรวจสอบวันหมดอายุของฟิลเลอร์ทุกครั้งก่อนทำการฉีด ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้

ฟิลเลอร์ใต้ตา ดีอย่างไร

ข้อดีของฟิลเลอร์ใต้ตา

          ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือสามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างตรงจุดโดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่มีปัญหา ใต้ตาคล้ำ ใต้ตาดำ ใต้ตาลึกหรือริ้วรอยรอบดวงตา โดยจะเห็นผลหลังทำทันที สารฟิลเลอร์แท้สามารถอยู่ในร่างกายได้นาน 1 – 2 ปี (ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์) และจะสลายไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง

ข้อเสียของฟิลเลอร์ใต้ตา

            ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือเนื่องจากบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและมีเส้นเลือดจำนานมากหากแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพออาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่นบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อนหรือหากฉีดกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นแพทย์อาจจะทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับฟิลเลอร์ที่นำมาใช้ สถานที่ที่ใช้บริการและแพทย์ที่ทำการฉีดก่อนทุกครั้ง

ฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถเห็นผลหลังทำการฉีดทันที และจะค่อยๆดีขึ้น 4 – 5 วัน แต่จะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนในช่วง 2 – 3 สัปดาห์หลังทำการฉีด ว่าริ้วรอยใต้ตาดูลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ และผิวบริเวณใต้ตาดูตื้นขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผลลัพธ์ที่ได้ จะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อหรือรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น เช่น การหลีกเลี่ยงความร้อน การทำเลเซอร์ เป็นต้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อย่างแรกที่ 44Clinic เลือกใช้คือฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าฟิลเลอร์ที่เราเลือกใช้เป็นฟิลเลอร์แท้และปลอดภัย โดยแพทย์จะทำการประเมินว่าคนไข้เหมาะกับการใช้แบรนด์ไหนมากที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งในปัจจุบันฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและได้รับความนิยมสูงสุดก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปดังนี้

  • Juvederm Volite เป็นเนื้อเจลที่มีความละเอียดและมีความอ่อนนุ่ม มีความนิ่มระดับปานกลางใช้เติมเต็มผิวชั้นตื้นจึงเหมาะสำหรับการเติมบริเวณใต้ตาที่มีผิวบางเพราะฉีดแล้วจะดูเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน
  • Juvederm Volbella เป็นเนื้อเจลที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่มีความละเอียดมาก มีความเรียบเนียนเหมาะสำหรับฉีดบริเวณผิวหนังบางๆ ริ้วรอยบางๆ
  • Restylane Vital Light เป็นเนื้อเจลที่มีโมเลกุลบางเบา มีความละเอียดและมีความนิ่มมาก มีความยืดหยุ่นที่ดีจึงเหมาะสำหรับการฉีดบริเวณใต้ตา เพราะจะช่วยเติมเต็มริ้วรอยต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติและเนียนกลืนไปกับผิว
  • Neuramis Deep ฟิลเลอร์ตัวนี้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์ม เติมเพื่อเพิ่มวอลลุ่มได้ดี ฟิลเลอร์ตัวนี้ไม่ฟูมาก ดูเนียนเป็นธรรมชาติ และราคาย่อมเยาว์
  • Yvoire Volume Plus เป็นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุขนาดใหญ่ มีความคงตัวสูง ขึ้นรูปได้ดี เหมาะสำหรับการเติมเต็มในชั้นลึกบริเวณใต้ตา

ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

คนไข้สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อปฏิบัติหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้ในบทความนี้

คลิกที่นี่

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถช่วยแก้ปัญหา การมีใบหน้าที่แก่กว่าวัย เนื่องจากมีริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ใต้ตาลึก มีความหมองคล้ำบริเวณใต้ตาดูไม่สดใส ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาจึงเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ตอบโจทย์ให้กับคนไข้อย่างแน่นอน

อ่านบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับฟิลเลอร์

ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

One thought on “ฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. Pingback: ฟิลเลอร์คางคืออะไร ทำได้อย่างไร 44 คลินิกมีคำตอบ- 44Clinic

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!